การตรวจสอบ และ บำรุงรักษาท่อ PE ร้อยสายไฟในโรงงานอุตสาหกรรม

เทคนิคการดูแลรักษา และ ตรวจสอบ ท่อ PE ร้อยสายไฟของโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม

การตรวจสอบ และ บำรุงรักษาท่อ PE ร้อยสายไฟในโรงงานอุตสาหกรรม

ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม “ท่อ PE ร้อยสายไฟ” ถือเป็นส่วนประกอบที่มีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยของระบบ เพราะจะทำหน้าที่ปกป้องสายไฟจากความเสียหายทั้งจากแรงกระแทก ความร้อน ความชื้น รวมถึงการกัดกร่อนจากสารเคมี ซึ่งหากท่อร้อยสายไฟเกิดความเสียหาย ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าโดยตรง โดยเฉพาะ “ท่อ PE ร้อยสายไฟ (Polyethylene Conduit)” ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในโรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในด้านความแข็งแรง ยืดหยุ่น ทนต่อสภาพแวดล้อม และ มีอายุการใช้งานยาวนาน แต่แม้ว่าท่อ PE ร้อยสายไฟ จะมีความทนทานสูง การตรวจสอบ และ บำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอก็ยังคงมีความจำเป็น เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต เช่น การแตกร้าว การรั่วซึม หรือ ความเสียหายจากแรงดัน และ อุณหภูมิสูง ดังนั้นบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักแนวทางในการ ตรวจสอบ และ บำรุงรักษา ท่อ PE ร้อยสายไฟ สำหรับงานร้อยสายไฟในโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ขั้นตอนพื้นฐานไปจนถึงแนวทางป้องกันการเสื่อมสภาพ เพื่อให้ระบบเดินสายไฟในโรงงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ปลอดภัยสูงสุด

 

ทำความรู้จัก “ท่อ PE ร้อยสายไฟ” และ บทบาทในโรงงานอุตสาหกรรม

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ท่อ PE ร้อยสายไฟ (Polyethylene Pipe) เป็นท่อที่ผลิตจากวัสดุโพลีเอทิลีน ซึ่งมีโครงสร้างโมเลกุลที่ยืดหยุ่นสูง ไม่เปราะแตกง่าย สามารถทนแรงกระแทก และ แรงดันได้ดี จึงเหมาะกับการใช้งานในงานระบบไฟฟ้าใต้ดิน หรือ ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า หรือ ระบบสาธารณูปโภค โดยจุดเด่นของท่อ PE ร้อยสายไฟ นั้นได้แก่

  • ทนความร้อน และ สารเคมีได้ดี — เหมาะกับพื้นที่ที่มีการผลิต หรือ ใช้งานสารเคมีที่เข้มข้น
  • กันน้ำ และ ความชื้นได้ดี — ช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรในระบบใต้ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • น้ำหนักเบา และ ติดตั้งง่าย — ช่วยลดต้นทุนแรงงาน และ เวลาในการติดตั้ง
  • ไม่เป็นสนิม และ ไม่ผุกร่อน — ต่างจากท่อเหล็กที่ต้องทาสีกันสนิมอยู่เป็นระยะ
  • อายุการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี เมื่อใช้อย่างถูกวิธี และ ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

อีกทั้งเราจะพบว่า ท่อ PE ร้อยสายไฟ มักมีการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมในด้านต่างๆ เช่น การวางระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ–แรงสูง , งานร้อยสายไฟใต้พื้น หรือ ใต้ดิน , ระบบเดินสายไฟในพื้นที่เปียกชื้นและ ระบบไฟฟ้าภายนอกอาคาร หรือ บริเวณที่โดนแดด และ ฝน เป็นต้น

 

สาเหตุที่ทำให้ท่อ PE ร้อยสายไฟเสื่อมสภาพ

ถึงแม้ท่อ PE ร้อยสายไฟจะมีความทนทานสูง แต่ก็สามารถเสื่อมสภาพได้จากหลายๆปัจจัย เช่น

  1. รังสี UV จากแสงแดด จะทำให้ผิวของท่อ PE ร้อยสายไฟกรอบ และ แตกง่าย
  2. แรงกระแทกจากเครื่องจักร หรือ ยานพาหนะ โดยเฉพาะบริเวณพื้นโรงงานจะทำให้ท่อ PE ร้อยสายไฟแตกได้ง่าย
  3. การติดตั้งไม่ถูกวิธี เช่น การงอของท่อ PE ร้อยสายไฟเกินมุมที่กำหนด ทำให้เกิดการแตกร้าวได้
  4. การสัมผัสสารเคมีที่รุนแรงเป็นเวลานาน แม้ ท่อ PE ร้อยสายไฟ จะทนต่อเคมี แต่หากโดนอย่างต่อเนื่องก็อาจกรอบได้
  5. อุณหภูมิที่สูง หรือ ต่ำเกินไป อาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นของเนื้อวัสดุของท่อ PE ร้อยสายไฟ
  6. ไม่มีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ซึ่งจะทำให้ตรวจพบปัญหาช้าเกินไป

     

ขั้นตอนการตรวจสอบท่อ PE ร้อยสายไฟในโรงงาน

เพื่อให้มั่นใจว่าท่อ PE ร้อยสายไฟ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เราจึงควรมีการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง โดยสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบสภาพภายนอกของท่อ 
    ในการตรวจสอบภายนอกท่อ PE ร้อยสายไฟ นั้นควรดูรอยแตกร้าว รอยรั่ว หรือ การบวมพองของท่อ จากนั้นตรวจหาคราบน้ำมัน สารเคมี หรือ คราบไหม้ที่อาจบ่งบอกถึงความร้อนสูง และ ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อ ข้อต่อ และ หัวต่อว่ามีการหลวม หรือ รั่วซึม หรือ ไม่

  2. ตรวจสอบการยึดแน่นของระบบ
    ในการตรวจสอบการยึดของท่อ PE ร้อยสายไฟ ควรเช็กแคลมป์ยึดท่อ และ จุดรองรับต่าง ๆ ว่ายังแน่นอยู่ หรือ ไม่ อีกทั้งตรวจดูว่าท่อมีการขยับ หรือ เคลื่อนตัวจากแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักร หรือ เปล่า

  3. ตรวจสอบภายในท่อ (ถ้าเป็นไปได้)
    ใช้สายกล้อง (Borescope) ตรวจดูภายในท่อ PE ร้อยสายไฟว่ามีสิ่งอุดตัน เช่น ฝุ่น เศษโลหะ หรือ รอยไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร หรือ ไม่

  4. ตรวจวัดอุณหภูมิ และ สภาพแวดล้อม
    ให้ตรวจอุณหภูมิโดยรอบของท่อ PE ร้อยสายไฟเพื่อประเมินความร้อนสะสม หากอยู่ใกล้แหล่งผลิต หรือ เตาอบ ควรมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติมด้วย

  5. ตรวจสอบระบบกราวด์และสายไฟภายใน
    ถึงแม้ท่อ PE ร้อยสายไฟจะไม่เป็นสื่อนำไฟ แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายไฟภายในไม่ชำรุด และ การเดินสายเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.

 

แนวทางบำรุงรักษาท่อ PE ร้อยสายไฟอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
    ควรมีตารางตรวจสอบท่อ PE ร้อยสายไฟประจำปี เช่น ทุก 6 เดือน หรือ ทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิดขึ้นจริง

  2. ทำความสะอาดท่อ และ พื้นที่รอบข้าง
    ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ เช็ดทำความสะอาดท่อ PE ร้อยสายไฟ โดยไม่ควรใช้ตัวทำละลายใดๆ และ หมั่นกวาดเศษฝุ่น หรือ ของแข็งที่อาจไปกดทับ หรือ ขูดท่อได้

  3. ป้องกันการโดนแสงแดดโดยตรง
    สำหรับท่อที่ติดตั้งกลางแจ้ง ควรใช้ ท่อ PE ร้อยสายไฟ ชนิดมีสารกัน UV หรือ หุ้มท่อด้วยปลอกกันรังสีเพิ่มเติมเพื่อมีความทนทานมากขึ้น

  4. ซ่อมแซมท่อทันทีเมื่อพบความเสียหาย
    หากพบรอยรั่ว หรือ แตกร้าวของท่อ PE ร้อยสายไฟ ควรเปลี่ยนท่อนั้นทันที ห้ามซ่อมชั่วคราวด้วยเทปพันสายไฟ เพราะอาจเป็นอันตรายในระยะยาวได้

  5. เก็บบันทึกการตรวจสอบทุกครั้ง
    สร้าง “Logbook” บันทึกวันที่ตรวจสอบ สภาพท่อ PE ร้อยสายไฟ ปัญหาที่พบ และ วิธีแก้ไข เพื่อใช้ติดตามการบำรุงรักษาในระยะยาว

 

โดยจากที่กล่าวมาจะพบว่าการตรวจสอบ และ บำรุงรักษาท่อ PE ร้อยสายไฟในโรงงานอุตสาหกรรม ไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากไฟไหม้ หรือ ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจส่งผลเสียหายรุนแรงทั้งต่อทรัพย์สิน และ ความปลอดภัยของพนักงาน ซึ่งการดูแลอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเลือกใช้งานท่อ PE ร้อยสายไฟที่ได้มาตรฐานจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ คือ หัวใจสำคัญของการสร้างระบบไฟฟ้าในโรงงานที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และ คุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว

ดังนั้นหากสนใจท่อ PE ร้อยสายไฟที่มีคุณภาพนั้นเราขอแนะนำ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสเอพี โฮม เซนเตอร์ เป็นศูนย์รวม ท่อ PVC  ท่อ HDPE ท่อ PPR  ท่อ PE ร้อยสายไฟ และ อุปกรณ์ประกอบท่อประปาทุกชนิด และ ท่อร้อยสายไฟฟ้าทุกชนิด ซึ่งได้ผ่านการรับรองคุณภาพได้มาตรฐาน มอก. ทั้งนี้ยังได้รับการผลิตโดยกระบวนการ และ เครื่องจักรที่ทันสมัยพร้อมการบริการที่รวดเร็วทันใจ ให้ลูกค้าทุกท่านได้รับความพึงพอใจสูงสุด อีกทั้งยังมี ราคาถูก มีทั้ง ขายปลีก ขายส่ง เรายินดีให้คำแนะนำ และ บริการทุกๆท่านด้วยความเต็มใจนั้นเอง

 

ติดต่อสอบถาม

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสเอพี โฮม เซนเตอร์
13/284 ถนนริมคลองบางค้อ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150


โทร. : 085-567-1222092-775-9000
E-mail: saphomec@gmail.com 

LINE ID : @saphome

Visitors: 617,509