วิธีเลือกท่อระบายน้ำแทพคอร์ให้เหมาะกับระบบระบายน้ำ

วิธีเลือกท่อระบายน้ำแทพคอร์ให้เหมาะกับระบบระบายน้ำ

แนะนำ 6 เคล็ดลับในการเลือกใช้ท่อระบายน้ำแทพคอร์ให้เหมาะสม

ระบบระบายน้ำเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของงานก่อสร้าง และ งานสาธารณูปโภค เพราะมีหน้าที่รวบรวม และ ระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นน้ำฝน น้ำผิวดิน น้ำจากพื้นที่อาคาร น้ำเสียบางประเภท หรือ ระบบระบายน้ำใต้ดิน หากออกแบบ หรือ เลือกวัสดุไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาน้ำขัง ท่ออุดตัน การทรุดตัวของระบบ หรือ ความเสียหายต่อพื้นที่โดยรอบได้ โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้กับงานลักษณะดังกล่าวคือ ท่อลอน พี.อี. แทพคอร์ (TAPKORR) ซึ่งเป็นท่อโพลิเอทิลีนแบบมีโครงสร้างลอนสำหรับงานระบายน้ำ และ ระบายน้ำใต้ดิน โดยมีทั้งท่อผนังคู่ ท่อผนังเดี่ยว แบบเจาะรู และ ไม่เจาะรู รวมถึงอุปกรณ์ข้อต่อที่ใช้ประกอบระบบ ดังนั้นบทความนี้จึงรวบรวมแนวทางเลือกท่อระบายน้ำแทพคอร์ให้เหมาะกับระบบ เพื่อช่วยให้การออกแบบระบบระบายน้ำมีประสิทธิภาพ และ คุ้มค่ามากขึ้น

ทำความรู้จักกับ "ท่อระบายน้ำใต้ดินแทพคอร์"

ท่อ HDPE ท่อ PE ท่อลอน พีอี แทพคอร์ Tapkorr หรือเรียกกันทั่วไปว่าท่อ Corrugate (Corrugate Polyethylene Pipe) คือท่อระบายน้ำและท่อระบายน้ำใต้ดิน ที่ได้ถูกออกแบบให้มีลักษณะที่โดดเด่นจากท่อทั่วไปซึ่ง ท่อ Tapkorr จะจัดอยู่ในประเภทท่อที่มีการออกแบบผนังโครงสร้าง (Structured Wall Pipe) โดยผนังของท่อจะมีโครงสร้างลักษณะเป็นลอนสม่ำเสมอ จึงทำให้ท่อ Tapkorr มีความสามารถในการคงรูป มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น ท่อแทพคอร์ ผลิตจากวัสดุโพลิเอทีลีน ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติกที่มีคุณภาพสูง ผสมผสานกับกระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย และออกแบบให้สอดคล้องและอ้างอิงตามข้อกำหนดระดับชั้นความต้านทานแรงกด SN 8 ตามมาตรฐาน prEN 13476-1 และค่าความสามารถขั้นต่ำในการต้านทานต่อแรงกดตามมาตรฐาน DIN 16961-1 จึงทำให้ท่อมีความสามารถในการคงรูป ทนทานต่อแรงกด (Stiffness) มีน้ำหนักเบา แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติในการรับน้ำหนักที่ดีเยี่ยม จึงช่วยการใช้งานมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ขนาดของท่อแทพคอร์ จะมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึง 2,000 มิลลิเมตรโดยท่อจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

ประเภทของท่อ Tapkorr (ท่อแทพคอร์)

  1. ท่อลอนพีอี แทพคอร์ ชนิดผนังคู่
    ท่อระบายน้ำใต้ดิน Tapkorr ท่อลอนพีอี Tapkorr ชนิดผนังคู่มีลักษณะเป็นผนังสองชั้น โดยที่โครงสร้างผนังชั้นนอกได้มีการออกแบบให้เป็นลอนสม่ำเสมอกันตามแนวรัศมีรอบท่อซึ่งคุณสมบัติในการรับแรงที่มากระทำกับตัวท่อ จากภายนอกได้ดี รวมทั้งมีน้ำหนักเบา เมื่อเทียบกับท่อพีอี ชนิดผนังเรียบ ส่วนผนังชั้นในมีลักษณะเรียบและยึดติดกับผนังชั้นนอกเป็นเนื้อเดียวกัน จึงทำให้มีความคงทนแข็งแรงสามารถใช้งานได้ในหลากหลายประเภท
  2. ท่อลอนพีอี แทพคอร์ ชนิดผนังเดี่ยว
    ท่อระบายน้ำใต้ดิน Tapkorr ท่อลอน Tapkorr ชนิดผนังเดี่ยวมีลักษณะโครงสร้างของผนังท่อเป็นลอนผนังเดี่ยว จึงช่วยให้มีความสามารถในการดัดโค้งได้ดี มีน้ำหนักเบา จึงทำให้สะดวกต่อการขนย้ายใช้งานและการติดตั้งในพื้นที่คับแคบ

จุดเด่นที่สำคัญของท่อระบายน้ำแทพคอร์

  • ความแข็งแรงสูง แต่น้ำหนักเบา: โครงสร้างแบบลอนลูกฟูก ช่วยกระจายน้ำหนัก และ รับแรงกดทับของดิน และ รถบรรทุกได้ดีเยี่ยม ขณะเดียวกันก็น้ำหนักเบากว่าท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ถึง 80–90%
  • ติดตั้งสะดวกรวดเร็ว: เนื่องจากน้ำหนักเบา จึงใช้เครื่องจักรขนาดเล็กในการยกขยับ ไม่จำเป็นต้องใช้ปั้นจั่นขนาดใหญ่ สามารถประกอบและต่อท่อได้ง่าย ลดเวลาการทำงานในไซต์งานได้มากกว่า 50%
  • ยืดหยุ่น และ รับการทรุดตัวได้ดี: มีคุณสมบัติเป็น Flexible Pipe สามารถปรับตัวเข้ากับการทรุดตัวของชั้นดินได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่เกิดปัญหาท่อแตกร้าว หรือ หักท่อนเหมือนท่อคอนกรีต
  • อายุการใช้งานยาวนาน: เมื่อเลือกประเภทการเคลือบผิว ที่เหมาะสมกับสภาพดิน และ น้ำ ท่อแทพคอร์สามารถมีอายุการใช้งานยาวนานตั้งแต่ 30 ถึงมากกว่า 100 ปี
  • ขนส่งง่าย ประหยัดค่าใช้จ่าย: สามารถวางซ้อนกันได้ในลักษณะ Nested หรือ ส่งเป็นแผ่นลอนมาประกอบหน้างาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งเชิงพื้นที่ได้อย่างมาก

ปัจจัยสำคัญในการเลือกท่อระบายน้ำแทพคอร์

การเลือกท่อระบายน้ำแทพคอร์ให้เหมาะสมกับระบบระบายน้ำนั้น จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆด้านประกอบกันอย่างรอบคอบ ดังนี้

1. ปริมาณน้ำที่ต้องระบาย

ปัจจัยแรก และ สำคัญที่สุดคือการคำนวณปริมาณน้ำที่ระบบต้องรองรับ ซึ่งขึ้นอยู่กับพื้นที่รับน้ำฝน ความเข้มของฝนในพื้นที่นั้น ๆ ลักษณะพื้นผิวที่น้ำไหลผ่าน รวมถึงปริมาณน้ำเสียจากกิจกรรมต่าง ๆ ในกรณีของระบบระบายน้ำเสีย การคำนวณเหล่านี้มักใช้สูตรทางวิศวกรรมชลศาสตร์ เพื่อหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อที่เหมาะสม การเลือกขนาดท่อควรมีการเผื่อค่าความปลอดภัยไว้ด้วย เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักผิดปกติ หรือ การขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต

2. ระดับความลึกในการฝังท่อ

ความลึกของการฝังท่อมีผลโดยตรงต่อแรงกดทับที่ท่อต้องรับ ยิ่งฝังลึกมากเท่าใด น้ำหนักของดินที่กดทับท่อก็จะยิ่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาแรงกดจากการจราจรด้านบนร่วมด้วย หากท่อฝังตื้นในพื้นที่ที่มีรถยนต์ หรือ รถบรรทุกวิ่งผ่าน แรงกดจากล้อรถจะส่งผลกระทบต่อท่อโดยตรงมากกว่าท่อที่ฝังลึก ในทางกลับกัน ท่อที่ฝังลึกมากเกินไปก็ต้องการความแข็งแรงที่สูงขึ้นเพื่อรับน้ำหนักดินที่มากขึ้น ดังนั้นการเลือกชั้นความแข็งแรงของท่อ จึงต้องสัมพันธ์กับความลึกที่วางแผนจะฝัง

3. สภาพดินในพื้นที่ก่อสร้าง

ลักษณะของดินในพื้นที่ก่อสร้างมีผลต่อการเลือกใช้ท่อ และ วิธีการติดตั้ง ดินแต่ละประเภทมีค่าความสามารถในการรับน้ำหนัก และ การทรุดตัวที่แตกต่างกัน ดินเหนียวอ่อน หรือ ดินที่มีค่าการทรุดตัวสูงอาจต้องการการเตรียมฐานรากที่แข็งแรงเป็นพิเศษก่อนวางท่อ เช่น การปูวัสดุรองพื้น ที่มีคุณภาพเหมาะสม เพื่อกระจายน้ำหนัก และ ป้องกันการทรุดตัวไม่สม่ำเสมอของท่อ ซึ่งอาจนำไปสู่การแตกร้าวหรือ การเคลื่อนตัวของข้อต่อในระยะยาว

4. ลักษณะของน้ำที่ไหลผ่านระบบ

หากเป็นระบบระบายน้ำฝนทั่วไป ท่อคอนกรีตมาตรฐานมักเพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากเป็นระบบระบายน้ำเสียที่มีสารเคมี ค่า pH สูง หรือ ต่ำผิดปกติ หรือ มีสารกัดกร่อนปะปน จำเป็นต้องพิจารณาเลือกท่อที่มีการเคลือบผิวพิเศษ หรือ ใช้วัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนมากขึ้น เพื่อยืดอายุการใช้งานของระบบ และ ป้องกันการรั่วซึมของสารปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม

5. งบประมาณโครงการ

แม้ว่าคุณภาพจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่งบประมาณก็เป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันเสมอ การเลือกท่อที่มีคุณสมบัติเกินความจำเป็นจะทำให้ต้นทุนโครงการสูงขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เพิ่มเติมมากนัก ในทางกลับกัน การเลือกท่อที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานเพื่อประหยัดต้นทุนเบื้องต้น อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงกว่าในระยะยาว แนวทางที่เหมาะสม คือการเลือกท่อที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง โดยไม่มาก หรือ น้อยเกินไป

6. มาตรฐาน และ ข้อกำหนดทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง

ในประเทศไทย ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กมักต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ที่กำหนดคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ขนาด และ วิธีการทดสอบ การเลือกใช้ท่อที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าท่อมีคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด และ ยังเป็นข้อกำหนดที่หน่วยงานราชการ หรือ ผู้ควบคุมงานมักต้องการสำหรับโครงการที่ต้องขออนุญาต หรือ ผ่านการตรวจรับงาน

การเลือกท่อระบายน้ำแทพคอร์ให้เหมาะสมกับระบบระบายน้ำนั้นเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการพิจารณาปัจจัยหลายด้านอย่างรอบคอบ ตั้งแต่การคำนวณปริมาณน้ำที่ต้องระบาย ความลึกในการฝังท่อ สภาพดินในพื้นที่ ลักษณะของน้ำที่ไหลผ่านระบบ ไปจนถึงงบประมาณ และ มาตรฐานทางวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ท่อแทพคอร์เป็นทางเลือกที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านความแข็งแรง และ ความทนทาน เหมาะสำหรับงานที่ต้องการรับแรงกดทับสูง แต่การเลือกใช้ให้เหมาะสมยังคงต้องอาศัยการวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของแต่ละโครงการด้วย ดังนั้นหากสนใจใช้ท่อระบายน้ำแทพคอร์ เราขอแนะนำ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสเอพี โฮม เซนเตอร์ เป็นศูนย์รวม ท่อ PVC ท่อ HDPE ท่อ PPR ท่อ PE ร้อยสายไฟ และ อุปกรณ์ประกอบท่อประปาทุกชนิด และ ท่อร้อยสายไฟฟ้าทุกชนิด ซึ่งได้ผ่านการรับรองคุณภาพได้มาตรฐาน มอก. ทั้งนี้ยังได้รับการผลิตโดยกระบวนการ และ เครื่องจักรที่ทันสมัยพร้อมการบริการที่รวดเร็วทันใจ ให้ลูกค้าทุกท่านได้รับความพึงพอใจสูงสุด อีกทั้งยังมี ราคาถูก มีทั้ง ขายปลีก ขายส่ง เรายินดีให้คำแนะนำ และ บริการทุกๆท่านด้วยความเต็มใจนั่นเอง

ติดต่อสอบถาม

ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสเอพี โฮม เซนเตอร์
13/284 ถนนริมคลองบางค้อ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150


โทร. : 085-567-1222 , 092-775-9000
E-mail: saphomec@gmail.com 

LINE ID : @saphome

Visitors: 662,158